ระบบจัดการเอกสารคุณภาพ
เข้าสู่ระบบ

CPG: โรคจิตเภท (Schizophrenia)

CPG-PCT-PSY-009 · v1.0 · ประกาศใช้ 28 มิ.ย. 2569 · อัปโหลด 28 มิ.ย. 2569 22:01

HAIPDCPGเผยแพร่ใช้งานสาธารณะ (ไม่ต้องเข้าสู่ระบบ)ปกติ
สารบัญ
อ่านในเว็บ
ฉบับที่ประกาศใช้28 มิ.ย. 2569 · อัปโหลด/เข้าระบบ 28 มิ.ย. 2569 22:01
ดาวน์โหลดไฟล์

Metadata จากเอกสาร

รหัสเอกสาร
CPG-PCT-PSY-009
ชื่อเอกสาร
CPG: โรคจิตเภท (Schizophrenia)
เวอร์ชัน
1.0
ประเภท
CPG
มาตรฐาน
HA
โดเมน
IPD
ผู้จัดทำ
นพ.ธงชัย เสรีรัตน์
ผู้อนุมัติ
นพ.ธงชัย เสรีรัตน์
วันที่จัดทำ/ประกาศใช้
2026-06-28

CPG: การดูแลผู้ป่วยโรคจิตเภท (Schizophrenia)

กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด (PCT จิตเวช) โรงพยาบาลร้อยเอ็ด — แนวทางเวชปฏิบัติ (Clinical Practice Guideline)

รายการรายละเอียด
รหัสเอกสารCPG-PCT-PSY-009
ฉบับที่ / วันบังคับใช้1 / (รออนุมัติ)
ทบทวนถัดไปภายใน 2 ปี
ขอบเขตหอผู้ป่วยจิตเวช (IPD) และคลินิกจิตเวช (OPD) โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
อ้างอิงหลักAPA 2020, NICE CG178, Maudsley Prescribing Guidelines, ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, กรมสุขภาพจิต

โรคจิตเภทเป็นกลุ่มโรคที่พบมากที่สุดของกลุ่มงาน (อันดับ 1 ทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน) เป็นโรคเรื้อรังที่การรักษาด้วยยาต้านโรคจิตอย่างต่อเนื่องร่วมกับการดูแลทางจิตสังคม ช่วยลดการกำเริบและการกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำ

1. วัตถุประสงค์และขอบเขต

  • วินิจฉัยโรคจิตเภทและแยกจากสาเหตุอื่น (โดยเฉพาะโรคจิตจากสารกระตุ้น)
  • ให้การรักษาด้วยยาต้านโรคจิตที่เหมาะสมตามบัญชียาโรงพยาบาล รวมยาฉีดออกฤทธิ์นาน (LAI)
  • ติดตามผลข้างเคียง (เมตาบอลิก / EPS / NMS) อย่างเป็นระบบ และเพิ่มความต่อเนื่องในการรักษา
  • สอดคล้องมาตรฐาน HA v5 และ AACI v6 (Std 19)

2. การวินิจฉัย

วินิจฉัยตามเกณฑ์ DSM-5 (มีอาการ ≥ 6 เดือน, ระยะ active ≥ 1 เดือน)

  • อาการด้านบวก (positive): หลงผิด ประสาทหลอน ความคิด/พฤติกรรมสับสน
  • อาการด้านลบ (negative): อารมณ์เฉยเมย พูดน้อย แยกตัว ขาดแรงจูงใจ
  • อาการด้านการรู้คิด (cognitive): สมาธิ/ความจำ/การวางแผนบกพร่อง

การวินิจฉัยแยกโรคที่สำคัญ: โรคจิตจากสารกระตุ้น/แอมเฟตามีน (อาการมักทุเลาหลังหยุดสาร — ดู CPG โรคจิตจากสารกระตุ้น), โรคอารมณ์ที่มีอาการโรคจิต, และสาเหตุทางกาย/ยา

3. การรักษาด้วยยา

3.1 หลักการ (APA 2020)

  • ใช้ยาต้านโรคจิต ตัวเดียว เริ่มขนาดต่ำ ปรับตามการตอบสนอง — ประเมินผลที่ 4–6 สัปดาห์ ในขนาดที่เหมาะสม
  • รักษาต่อเนื่อง (maintenance) อย่างน้อย 1 ปี หลังการป่วยครั้งแรก (FEP) — ไม่แนะนำการให้ยาแบบหยุด ๆ (intermittent)
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาหลายตัวร่วมกัน (polypharmacy) โดยไม่จำเป็น

3.2 ยาต้านโรคจิตชนิดรับประทาน (บัญชียา รพ.ร้อยเอ็ด)

ยาขนาดทั่วไปหมายเหตุ
Risperidone2–6 มก./วันใช้บ่อย; ระวัง EPS/prolactin (มีชนิดน้ำ)
Olanzapine10–20 มก./วันได้ผลดี; ระวังกลุ่มอาการเมตาบอลิก
Quetiapine300–600 มก./วันEPS ต่ำ; ง่วง
Aripiprazole10–30 มก./วันเมตาบอลิกน้อย; มีชนิดเม็ดละลายในปาก
Haloperidol5–15 มก./วันtypical; ราคาประหยัด; ระวัง EPS/QT
Chlorpromazine200–600 มก./วันสงบ; ระวังความดันต่ำ

3.3 ยาฉีดออกฤทธิ์นาน (LAI)

พิจารณาให้ LAI เมื่อ ผู้ป่วยเลือก หรือ กินยาไม่ต่อเนื่อง (adherence ไม่ดี) — ช่วยลดการกำเริบและการกลับมารักษาซ้ำ

LAI (บัญชียา รพ.)ขนาด/ความถี่หมายเหตุ
Fluphenazine decanoate12.5–25 มก. ฉีดเข้ากล้าม ทุก 2–4 สัปดาห์typical LAI; ระวัง EPS
Aripiprazole LAI400 มก. ฉีดเข้ากล้าม ทุก 4 สัปดาห์atypical LAI; เมตาบอลิก/EPS น้อย

3.4 โรคจิตเภทดื้อการรักษา (TRS)

ไม่ตอบสนองต่อยาต้านโรคจิต ≥ 2 ชนิด (จากต่างกลุ่ม ในขนาด/ระยะเวลาที่เหมาะสม) → พิจารณา Clozapine ตาม CPG การใช้ Clozapine อย่างปลอดภัย (ต้องติดตามค่า ANC)

ภาวะฉุกเฉิน: ผู้ป่วยก้าวร้าว/กระวนกระวายเฉียบพลัน → ดู CPG การจัดการก้าวร้าว/ผูกยึด · เฝ้าระวัง NMS ในผู้ป่วยที่ได้รับยาขนาดสูง/ฉีด IM → ดู CPG NMS

4. การติดตามและผลข้างเคียง

ด้านการติดตาม
เมตาบอลิกน้ำหนัก/รอบเอว, FBS/HbA1c, Lipid — baseline แล้วเป็นระยะ (โดยเฉพาะ Olanzapine/Clozapine)
EPS / Tardive dyskinesiaสังเกตอาการเกร็ง/สั่น/กระสับกระส่าย; แก้ acute dystonia (มี Diphenhydramine ชนิดกิน)
NMSเฝ้าระวังไข้ + กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง + CK สูง
หัวใจ / ProlactinECG/QTc ตามข้อบ่งชี้; ระดับ prolactin หากมีอาการ

5. การดูแลทางจิตสังคมและความต่อเนื่อง

  • ให้ความรู้ผู้ป่วย/ครอบครัว (psychoeducation) + ครอบครัวบำบัด + ลด stigma
  • ฟื้นฟูสมรรถภาพ (ทักษะสังคม/อาชีพ); ส่งเสริมการกินยาต่อเนื่อง และพิจารณา LAI ในรายเสี่ยงขาดยา
  • ดูแลต่อเนื่องในชุมชน (เยี่ยมบ้าน, ประสาน รพช./รพ.สต.), ติดตามผู้ป่วย SMI-V (ร้อยเอ็ดโมเดล) เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำและการกลับมารักษาซ้ำใน 28 วัน

6. ตัวชี้วัดคุณภาพ (KPI)

ตัวชี้วัดเป้าหมาย
อัตราการกินยาต่อเนื่อง (adherence)เพิ่มขึ้น
อัตราการกลับมารักษาซ้ำใน 28 วันเฝ้าระวัง / ลดลง
ติดตามเมตาบอลิกครบตามกำหนด≥ 90%
ผู้ป่วยเสี่ยงขาดยาได้รับการพิจารณา LAIเพิ่มขึ้น

7. แผนภูมิการดูแล

flowchart TD
  A["วินิจฉัยโรคจิตเภท (DSM-5)<br/>แยกจากโรคจิตจากสาร / โรคอารมณ์ / สาเหตุทางกาย"] --> B["เริ่มยาต้านโรคจิตตัวเดียว ขนาดต่ำ–ปานกลาง<br/>ประเมินผล 4–6 สัปดาห์"]
  B --> C{ตอบสนอง?}
  C -->|ตอบสนองดี| D["Maintenance ≥ 1 ปี (หลัง FEP)<br/>± LAI ถ้า adherence ไม่ดี<br/>ติดตามเมตาบอลิก/EPS"]
  C -->|ไม่ตอบสนอง ≥ 2 ชนิด| E["TRS → Clozapine (CPG-003)<br/>ทบทวนการวินิจฉัย/การกินยา"]
  D --> F["ดูแลต่อเนื่อง + จิตสังคม + ชุมชน/SMI-V"]
  E --> F

8. เอกสารอ้างอิง

  1. American Psychiatric Association. Practice Guideline for the Treatment of Patients With Schizophrenia. 3rd ed. 2020.
  2. NICE. Psychosis and schizophrenia in adults (CG178).
  3. Taylor D, et al. The Maudsley Prescribing Guidelines in Psychiatry. 14th ed.
  4. ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย / กรมสุขภาพจิต. แนวทางการดูแลผู้ป่วยจิตเภท. 2565.
  5. สรพ. มาตรฐาน HA v5; AACI Healthcare Standards v6 (Std 19).

การอนุมัติเอกสาร

ผู้จัดทำผู้ทบทวน (เภสัชกร)ผู้อนุมัติ
นพ.ธงชัย เสรีรัตน์ (ประธาน PCT จิตเวช)…………………ผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ด

จัดทำเพื่อใช้ในกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลร้อยเอ็ด · เผยแพร่บน psychi.reh.drthongchai.org

sha256: ef7bda1f7684d07c...

เอกสารที่เกี่ยวข้อง