Service Profile (บริบทหน่วยงาน) PCT จิตเวช — AACI 2569
SP-PCT-PSY-AACI-2569 · v2569 · ประกาศใช้ 3 มิ.ย. 2569 · อัปโหลด 28 มิ.ย. 2569 16:05
PCT จิตเวช
พันธกิจ/ความมุ่งหมาย:
ทีมนำสหสาขาวิชาชีพที่ให้บริการผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพจิต จิตเวช และผู้ติดสารเสพติด ด้วยมาตรฐานสากล อย่างเท่าเทียมเป็นองค์รวมแบบ 4 มิติ ให้บริการทั้งแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยมีเป้าหมายให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัย พึงพอใจ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมให้ครอบครัว ชุมชน เครือข่ายมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วย ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต จิตเวชให้กับหน่วยงานอื่นทั้งในและนอกโรงพยาบาล รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาของนักศึกษาแพทย์ นักศึกษาพยาบาลและบุคลากรสาธารณสุข
ขอบเขตบริการ
ให้บริการแก่ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต จิตเวชและสารเสพติดทุกกลุ่มอายุ ทั้งเพศชายและเพศหญิงในเขตพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียง ให้การบริการทั้งแบบผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน ตั้งแต่การส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสภาพผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต จิตเวช และสารเสพติด ผู้ป่วยในมีจำนวนเตียงผู้ป่วย 30 เตียงให้บริการหอผู้ป่วย 24 ชั่วโมง และเป็นแม่ข่าย (NODE) แก่โรงพยาบาลชุมชน 4 แห่ง โดยมีทีมสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสาขาจิตเวชทั่วไป 4 คน จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น 2 คน พยาบาลเฉพาะทางการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช(ป.โท) 4 คนพยาบาลจิตเวช พยาบาลเฉพาะทางจิตเวชเด็กและวัยรุ่น 2คน พยาบาลเฉพาะทางสุขภาพจิและจิตเวช(PG) 8 คน นักจิตวิทยา 3 คน โดยมีกลุ่มโรคที่สำคัญในปี2569 ดังนี้
กลุ่มโรคที่พบบ่อย 5 อันดับแรกของผู้ป่วยนอก คือ โรคจิตเภท (Schizophrenia), โรคจากการใช้สารกระตุ้น/แอมเฟตามีน (Stimulant/Amphetamine use), โรคสมาธิสั้น (ADHD), โรคซึมเศร้า (Depressive disorder) และโรควิตกกังวล (Anxiety disorder) ส่วนกลุ่มโรคที่พบบ่อย 5 อันดับแรกของผู้ป่วยในคือ โรคจิตเภท โดยเฉพาะชนิดหวาดระแวง (Paranoid schizophrenia), โรคจิตจากการใช้สารกระตุ้น/แอมเฟตามีน (Stimulant-induced psychotic disorder), โรคจิตจากการใช้สารหลายชนิด (Multiple psychoactive substances), โรคซึมเศร้า (Depressive disorder) และภาวะ/โรคจิตจากแอลกอฮอล์ (Alcohol-related disorder)
ทีมนำทางคลินิกจิตเวชกำกับดูแลให้บริการผู้ป่วย มีการพัฒนาคุณภาพอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องตั้งแต่ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลจนกระทั่งจำหน่าย รวมถึงการติดตามดูแลต่อเนื่องที่บ้านและในชุมชน ให้ครอบคลุม โดยการค้นหาปัญหาและการวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วมของสหสาขาวิชาชีพ
ผู้รับบริการและความต้องการ
ผู้รับบริการ | ความต้องการ(Customer Need) |
|---|---|
1.ผู้รับมอบผลงานภายในโรงพยาบาล 1.ผู้รับผลงานภายในโรงพยาบาล |
ผู้ป่วย
ญาติ
สถานพยาบาลปฐมภูมิ และทุติยภูมิ 1 แนวทางปฏิบัติในการรักษาพยาบาลโรคทางจิตเวชเบื้องต้น
สถาบันการศึกษา 1.ได้รับการสนับสนุนวิชาการ 2.นักศึกษามีความปลอดภัยมีบ้านพัก 3.อาจารย์พี่เลี้ยงดูแล เอาใจใส่นักศึกษาตามความเหมาะสม |
1.ผู้รับผลงานภายนอกโรงพยาบาลที่สำคัญ (ระบุเป็นกลุ่ม) | ผู้ป่วย
ญาติ
สถานพยาบาลปฐมภูมิ และทุติยภูมิ 1 แนวทางปฏิบัติในการรักษาพยาบาลโรคทางจิตเวชเบื้องต้น
สถาบันการศึกษา 1.ได้รับการสนับสนุนวิชาการ และอาจารย์พี่เลี้ยงดูแลเอาใจใส่ตามคามเหมาะสม 2.นักศึกษามีความปลอดภัยมีบ้านพัก |
จุดเน้นของการจัดบริการและการพัฒนา:
- พัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
- พัฒนารูปแบบการติดตาม เฝ้าระวังผู้ป่วย SMI-V ในชุมชน
- พัฒนาศักยภาพเครือข่ายในส่วนที่ขาด
กลุ่มผู้ป่วยที่สำคัญ
โรค
| มีความเสี่ยงสูงHigh risk | มีค่าใช้จ่ายสูง/นอนโรงพยาบาลนานHigh cost/ Long LOS | มีปริมาณผู้ป่วยมาก High volume | มีหลักฐานใหม่หรือเทคโนโลยีใหม่ที่นามาใช้ในการดูแลผู้ป่วย New evidence/ technology | การดูแลมีความซับซ้อน Complex Care | |
schizophrenia | 4 | 4 | 4 | 4 | 4 | |
Caffeine psychotic disorder | 4 | 4 | 4 | 3 | 3 | |
Paranoid schizophrenia | 4 | 3 | 3 | 4 | 4 | |
Other psychoactive psychotic disorder | 4 | 3 | 3 | 4 | 4 | |
Alcohol psychotic disorder | 3 | 2 | 3 | 3 | 3 | |
Alcohol withdrawal state with dilirium | 2 | 2 | 2 | 3 | 3 |
ตัวชี้วัดของกลุ่มโรคสำคัญจำแนกตามมิติคุณภาพ
โรค Disease | การเข้าถึงและเข้ารับบริการ Access | การดูแลต่อ เนื่อง Continuity | ความ เหมาะสม Appropriate | ประสิทธิผล Effective | ประสิทธิ ภาพ Efficient | ความปลอด ภัย Safe | การดูแลที่ยึดคนเป็นศูนย์กลาง People-centered | การสร้างเสริมสุขภาพHealth Promotion | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
schizophrenia | ร้อยละของผู้ป่วยโรคจิตเภทเข้าถึง บริการตามมาตรฐาน |
| ผู้ป่วยโรคจิต เภทได้รับการรักษาต่อเนื่องภายใน 6 เดือน | ไม่มีพฤติ กรรมก้าว ร้าวรุนแรง | |||||
Caffeine psychotic disorder | ร้อยละของผู้ป่วยยาเสพติดที่เข้าสู่กระบวนการบ บำบัดรักษาได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจนถึงการติดตาม (Retention Rate) | ผู้ป่วยที่ได้รับยาจิตเวช | |||||||
Paranoid schizophrenia | ผู้ป่วยที่ได้รับยาจิตเวช | ||||||||
โรค Disease | การเข้าถึงและเข้ารับบริการ Access | การดูแลต่อ เนื่อง Continuity | ความ เหมาะสม Appropriate | ประสิทธิผล Effective | ประสิทธิ ภาพ Efficient | ความปลอด ภัย Safe | การดูแลที่ยึดคนเป็นศูนย์กลาง People-centered | การสร้างเสริมสุขภาพHealth Promotion | |
Alcohol psychotic disorder | |||||||||
Alcohol withdrawal state with dilirium | อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน | ||||||||
ความเสี่ยงและมาตรการป้องกัน
ความเสี่ยง | มาตรการป้องกัน | โรค/กระบวนการ |
ผู้ป่วยหลบหนี | 1.ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการป้องกันผู้ป่วยหลบหนี 2.ปรับสถานที่ให้เหมาะสม 3.ให้ข้อมูลความรู้เจ้าหน้าที่ ที่ เกี่ยวข้อง | การหลบหนีของผู้ป่วยจิตเวชพบว่า ขาดการเฝ้าระวังขณะเปิดประตูของเจ้าหน้าที่ จึงปรับการเปิดประตู กันผู้ป่วยออกจากประตูระยะห่างเกิน2เมตร และมอบหมายให้มีเจ้าหน้าที่ 2 คน และส่งต่อเวรเพื่อการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการหลบหนีทุกเวรเป็นลายลักษณ์อักษร |
อัตราการตายด้วยโรคร่วม | 1.ปรับปรุงการประเมินและวินิจฉัยโรค โดยใช้ standing order 2.ปรับการ consult แพทย์ที่เกี่ยวข้อง 3.ส่งพยาบาลอบรม ทักษะ ผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม | ผู้ป่วยจิตเวชบางคนไม่ได้มาด้วยโรคทางจิตอย่างเดียว แต่มีโรคร่วม โดยที่ซักประวัติจากญาติไม่ได้หรือไม่มีญาติมาให้ประวัติด้วย จึงเป็นความเสี่ยง จึงทบทวน12กิจกรรมกับแพทย์ที่เกี่ยวข้องต่างแผนก จึงปรับการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยตามเกณฑ์ ใช้เป็น standing order |
ผู้ป่วยทำร้ายตนเองและผู้อื่น | 1.ปรับแนวทางประเมินและการดูแลผู้ป่วยที่มีแนวโน้มมีพฤติกรรมรุนแรง(แยกโซนผู้ป่วยและมีระบบเจ้าของไข้ดูแลผู้ป่วย) 2.ปรับสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย | ผู้ป่วยที่รับadmitมีระดับความรุนแรงของโรคและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน แต่ไม่ได้แยกพื้นที่หรือโซน ประกอบกับบริเวณที่ให้บริการผู้ป่วยจำกัด |
ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะถอนพิษสุรา | 1.พัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากภาวะถอนพิษสุรา 2.จัดอบรมเชิงปฏิบัติการทั้งจังหวัด | ภาวะถอนพิษสุราหากไม้ได้รับการจัดการที่เหมาะสม ทันท่วงที ทำให้มีภาวะแทรกซ้อนต่างๆตามมาเช่นdelirium หัวใจเต้นผิดปกติ ปอดอักเสบ บาดเจ็บจากผูกยึด |
ผลการดำเนินการสำคัญในภาพรวม:
การเข้าถึงบริการ
1.เพื่อให้การเข้าถึงบริการในงานจิตเวชได้ครอบคลุมได้เพิ่มการเข้าถึงบริการเด็กสมาธิสั้นให้ได้มากกว่าร้อยละ35 จึงมีการพัฒนาระบบบริการคลินิกสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น ดังนี้ ขยายบริการ OPD จิตเวชเด็ก จาก 3 วัน/ lสัปดาห์ ให้มีทุกวัน และผลักดันให้ทุกรพช. มียา Methylphenidate โดยพบว่าอัตราการเข้าถึงบริการของด็กสมาธิสั้นเพิ่มขึ้นจาก ปี 2565 – 2568 ดังนี้ ร้อยละ 46.88, 51.71, 58.27, และ 57.78 มีผลงานเป็นอันดับ 1 ของเขตสุขภาพที่ 7 เพิ่มการเข้าบริการโรคซึมเศร้า ได้มีการคัดกรองซึมเศร้า Mental Health Check in ในนักเรียนนักศึกษา ประเมิน 9Qในกลุ่มโรคเรื้อรัง ผู้ติดสุราและสารเสพติด เพิ่มช่องทางการเข้าถึงระบบริการ ดังนี้ การให้บริการที่คลินิก การรับยาทางไปรษณีย์ Telemedicine ทำให้มีผู้ป่วยซึมเศร้าเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้นจาก ปี 2565 – 2568 ดังนี้ ร้อยละ 85, 82, 89.94 , และ 92.74 ตามลำดับ
2.เพิ่มการเข้าบริการของผู้ป่วยSMIV โดยใช้ร้อยเอ็ดโมเดล ตั้งแต่การค้นหาคัดกรอง ควบคุม ส่งต่อ การรักษา ดูแลต่อเนื่อง โดยการทำงานจากหลายหน่วยงาน เช่น ตำรวจ ปกครอง ท้องถิ่น สาธารณสุข มีการประสานงาน ในระดับอำเภอ จังหวัด ทำให้ผู้ป่วย SMIV ได้เข้าถึงบริการและได้ดูแลต่อเนื่องเพิ่มขึ้นจาก ปี 2567 เป็นร้อยละ 30.90 เป็น ร้อยละ 37.53 ในปี 2568
3. เพื่อให้ การรักษาพยาบาลผู้ป่วยจิตเวชและผู้ติสารเสพติดให้เป็นไปตามมาตรฐาน ได้กำกำหนดแนวทางในการให้ข้อมูลและการเซนต์ยินยอมรับการรักษา informed consent โดยผู้ที่มีสิทธิในการเซ็น คือ ผู้ดูแล บริบาลผู้ป่วยโดยชอบธรรม อันได้แก่ ญาติสายตรง เท่านั้น และการให้ข้อมูล การยินยอมให้การรักษาเพิ่มเติมในกลุ่มผู้ป่วยผ่าตัดและในหัตถการที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ECT หรือ การเข้าร่วมวิจัยและทดลอง คือญาติสายตรงเท่านั้น เช่น พ่อ แม่ สามี ภรรยา ลูก เป็นต้น
4.เกิดระบบ Pre-hospital care ในผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินและที่มีพฤติกรรมรุนแรงความเสี่ยงสูง มีการให้คำปรึกษาการรักษาแก่โรงพยาบาลชุมชน และได้รับความร่วมมือของภาคีเครือข่าย/อสม.ตำรวจ
- พัฒนาการบริการเชิงรุกในชุมชน
- พัฒนาระบบการดูแล ผู้ป่วยจิตเวชในเรือนจำ
ผลการพัฒนาที่โดดเด่นและภาคภูมิใจ
1. ร้อยละการเข้าถึงบริการของเด็กสมาธิสั้นได้มากเป็นอันดับ 1 ของเขตบริการสุขภาพที่ 7 ผลงานคือ ร้อยละ 57.78 ได้มากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ ร้อยละ 35
2. ร้อยละการเข้าบริการโรคซึมเศร้าเป้าหมายที่ไม่ต่ำว่า ร้อยละ 85 ผลงานคือ ร้อยละ 92.74
3. โครงการร้อยเอ็ดโมเดล ได้ดำเนินการจากหลายภาคส่วน ในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดแบบครบวงจร เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างทั่วถึง ต่อเนื่อง ไม่ก่อเหตุซ้ำ
ข้อมูล/ตัวชี้วัด | เป้าหมาย ปีปัจจุบัน | ปี 2564 | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
PCT จิตเวช | ||||||
ระยะเวลารอคอยผู้ปวยนอกจิตเวช | ‹ 120 นาที | 100 | 97 | 96 | 84 | 82 |
อัตราการเข้าถึงบริการผู้ป่วยซึมเศร้า | ร้อยละ 85 | 81 | 85 | 82 | 89.94 | 92.72 |
อัตราการเข้าถึงบริการเด็กสมาธิสั้น | ร้อยละ 35 | 42.87 | 46.88 | 51.71 | 58.27 | 57.78 |
อัตราการผู้ป่วยSMIV ได้รับติดตามต่อเนื่อง | ร้อยละ 92 | NA | NA | NA | 30.90 | 37.53 |
การประเมิน
- เพื่อให้การประเมินและการส่งตรวจเพื่อการวินิจฉัยผู้ป่วยจิตเวชเป็นไปอย่างถูกต้อง ครอบคลุม ปลอดภัย และเหมาะสมกับความต้องการของผู้ป่วยโดยการใช้แบบประเมินเฉพาะโรค เช่น 2Q/9Q/8Q, CIWA-Ar, BPRS, OAS ,SNAP-IV, CDI และแนวทาง Severe Sepsis ในรายที่มีภาวะติดเชื้อ รวมทั้งการวัดสัญญาณชีพ/โภชนาการ/ADL และงมีการพัฒนาระบบริการการส่งต่อผู้ป่วย SMIV โดยเพิ่มการ ตรวจ EKG เจาะ lap CBC Electrolyte BUN Cr FBS urine amphetamine ทำให้สามารถแยกประเภทผู้ป่วย วางแผนการดูแลที่เหมาะสม ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคร่วม และลดอันตรายจากพฤติกรรมเสี่ยง มีความปลอดภัยทั้งผู้ป่วยและบุคลากร
- เพื่อให้การวินิจฉัยโรคเป็นไปอย่างถูกต้องตามเกณฑ์การวินิจฉัย จึงมีการปรับปรุงกระบวนการประเมินโดยแบบประเมินมาช่วยให้ได้ทราบระดับความรุนแรง เช่น ในผู้สูบบุหรี่ได้รับการบันทึกการวินิจฉัยโรคภาวะติดนิโคติน (nicotine dependence โดยใช้แบบประเมิน Heavine of Smoking Index และบันทึกใน Special PP
ข้อมูล/ตัวชี้วัด | เป้าหมาย ปีปัจจุบัน | ปี 2564 | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
1. อุบัติการณ์การย้ายเข้า ICU โดยไม่ได้วางแผน (Unplaned ICU) ครั้ง | 0 | 1 | 1 | 2 | 2 | 1 |
2.อุบัติการณ์การใส่ท่อช่วยหายใจในหอผู้ป่วยในจิตเวช(Unplaned intubation) (ครั้ง) | 0 | 1 | 4 | 3 | 6 | 4 |
การวางแผนและการดูแลผู้ป่วย
1.เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยจิตเวชเด็กและวัยรุ่น จิตเวชผู้ใหญ่ ผู้ติดสารเสพติด โดยเฉพาะผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังและซับซ้อน เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม และลดการกลับมารักษาซ้อน ได้มีการวางแผนดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพตั้งแต่แรกรับ ญาติมีส่วนร่วมในการวางแผนการรักษา โดยใช้ CPG และแนวทางการดูแลที่ชัดเจน เช่น ผู้ป่วย SMIV ผู้ติดสารเสพติด และ alcohol withdrawal มีการบันทึกใน progress note และประสานงานผ่านการประชุม การส่งต่อ การเยี่ยมบ้าน รวมถึงทดลองกลับบ้านพร้อมติดตามต่อเนื่องผ่าน Line application และวางแผนในการบำบัดยาเสพติดทั้งในระยะ Acute ,IMC และ LTC ทำให้ผู้ป่วยและญาติมีส่วนร่วมในการวางแผน เข้าใจโรค แนวทางการดูแลตนเองเมื่อกลับบ้าน การสื่อสารระหว่างทีมชัดเจนและครบถ้วน ส่งผลให้การปฏิบัติตามแผนมีความต่อเนื่อง ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ อัตราการ readmit เป็นไปตามเกณฑ์เป้าหมาย นอกจากนั้นได้ทำ CPG/CNPG ในให้ครอบคลุม 5 โรคแรก เพื่อให้การดูแลอย่างทันท่วงที ปลอดภัย เหมาะสมตามมาตรฐานวิชาชีพ โดย ทีมนำทางคลินิก มีแนวทางการป้องกันความเสี่ยง โดยนำตัวชี้วัดที่เป็นความเสี่ยงมาวิเคราะห์(RCA)เพื่อหาปัญหาที่แท้จริง และนำมาปรับปรุงแก้ไขระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีการทบทวนเมื่อเกิดความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคจิตเวชที่มีภาวะแทรกซ้อน หรือมีโรคร่วมทางกาย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต โรคทางสมอง เป็นต้น
2.เพื่อให้ผู้ป่วยจิตเวช โดยเฉพาะรายที่มีปัญหาซับซ้อน ได้รับการดูแลต่อเนื่องหลังจำหน่าย ลดการกลับมารักษาซ้ำโดยไม่ได้วางแผนภายใน 28 วัน
โดยสหสาขาวิชาชีพร่วมประเมินและวางแผนจำหน่าย มีการจัด Case Management จัดกิจกรรมบำบัด ทดลองเยี่ยมบ้านก่อนจำหน่าย และเชื่อมต่อการดูแลต่อเนื่องกับ รพช. ผ่านไลน์แอปพลิเคชัน เพื่อส่งต่อข้อมูลแก่ทีมชุมชน ทำให้ผู้ป่วยได้รับการเตรียมพร้อมก่อนจำหน่าย ทั้งด้านการดูแลตนเองและความเข้าใจของญาติ นอกจากนี้ได้พัฒนาการะบวนการวางแผนจำหน่ายผู้ติดสารเสพติด ให้ความรู้ สร้างแรงจูงใจในการรับประทานยา นัดญาติมาทำ Family therapy เสริมสร้างทักษะการเผชิญกับอาการอยากยา ทักษะปฏิเสธ ในผู้ป่วยติดสารเสพติด การประสานเครือข่ายในชุมชน ติดตามเยี่ยมเมื่อ กลับไปอยู่ที่บ้าน รวมถึงการประสานกับญาติโดยใช้ ไลน์เพื่อให้คำปรึกษาและสื่อสารได้รวดเร็วขึ้น และเตรียมผู้ป่วยเพื่อบำบัดต่อระยะกลางและระยะยาวที่มินิธัญญารักษ์ ส่งผลให้อัตราการกลับมารักษาซ้ำภายใน 28 วันลดลงอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างแนวทางการดูแลผู้ป่วยจิตเวช
- แนวปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง
- แนวปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยซึมเศร้า
- แนวปฏิบัติในดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะถอนพิษสุรา
- แนวทางการดูแลผู้ป่วยฆ่าตัวตายและผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
- แนวทางการดูแลป้องกันผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์จากยาจิตเวช
- แนวทางการวางแผนดูแลทางสังคมจิตใจ ในผู้ป่วยโรคจิตเภท ผู้ป่วยพยายามฆ่าตัวตาย ผู้ป่วยถูกผูกยึด
- แนวทางการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉิน
- แนวทางติดตามการดูแลและทลลองเยี่ยมบ้านของผู้ป่วยจิตเวช
การดูแลทั่วไป
สิ่งแวดล้อมที่เอื้อในการดูแล เพื่อจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เอื้อต่อการฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชทุกกลุ่ม ทั้งผู้ใหญ่ เด็ก และผู้ป่วยใน โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรี ความเป็นส่วนตัว และลดความเสี่ยง ได้มีการปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสม เช่น เพิ่มจำนวนเตียงให้เพียงพอ แยกพื้นที่ดูแลเด็กและผู้ใหญ่ชัดเจน จัดห้องแยกสำหรับผู้ป่วยก้าวร้าว ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัย มีแผนผังหนีไฟพร้อมซ้อมจริง และตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิงตามรอบ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมรุนแรงหรือหลบหนี เพิ่มความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการ ส่งผลให้บรรยากาศการดูแลมีความสงบและปลอดภัยมากขึ้น
การดูแลและบริการที่มีความเสี่ยงสูง
กระบวนการดูแลผู้ป่วย ECT เพื่อให้ผู้ป่วยจิตเวชที่ได้รับการรักษาด้วย ECT ได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย ครอบคลุมทั้งก่อน ระหว่าง และหลังทำหัตถการ ไดยมีการประเมินคัดกรองก่อนทำ ECT เช่น ตรวจร่างกาย ส่ง Lab, EKG, CXR ตามข้อบ่งชี้ มีการให้ข้อมูลและขอความยินยอมจากผู้ป่วย/ญาติ ทีมสหสาขา (แพทย์ พยาบาล วิสัญญี) ทำงานร่วมกัน พร้อมมีแผนการดูแลก่อน-หลังทำ ECT อย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลตามมาตรฐานอย่างปลอดภัย ไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เกิดความร่วมมือในการรักษา ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการทางจิตดีขึ้น
ผลการพัฒนาที่โดดเด่นและภาคภูมิใจ
1.งานวิจัย: 1.การพัฒนารูปแบบการบูรณาการเพื่อลดพฤติกรรมก้าวร้าวในผู้ใช้สารเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชในจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้วิจัย: นพ.ธงชัย เสรีรัตน์ ( นายแพทย์เชี่ยวชาญ )
2.การพัฒนาโปรแกรมการวางแผนการจำหน่ายร่วมกับการสร้างแรงจูงใจในผู้ป่วยโรคจิตจาก แอมเฟตามีน หอผู้ป่วยแม่ปลั่ง ผู้วิจัย นายสมชาติ ใจพินิจ
3.ผลของโปรแกรมปรับพฤติกรรมเด็กสมาธิสั้นสำหรับผู้ปกครองต่อปัญหาพฤติกรรมในเด็กสมาธิสั้น และความเครียดของผู้ปกครอง นำเสนอได้อันดับ 1 ปี 2567
2.การพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดโดยใช้ระบบTele coaching มีการใช้ระบบการสื่อสารทางไกล ติดต่อกับ รพช. รพ.สต. ในการให้คำปรึกษาจากจิตแพทย์และพยาบาลจิตเวชในการดูแลผู้ป่วยที่ admit ที่รพช. รวมทั้งร่วมประชุมปรึกษากับ ตำรวจ ผู้นำหมู่บ้าน ในการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตและจิตเวชในชุมชน.
3.พัฒนาการเยี่ยมของญาติผ่านระบบไลน์แอพริเคชัน เพื่อลดค่าใช้จ่ายของญาติในเดินทางเข้ามาเยี่ยมผู้ป่วย ลดความแออัด ผู้ป่วยและญาติพึงพอใจ โดยญาติสามารถเยี่ยมผู้ป่วยผ่านไลน์ โดยสามารถโทรไลน์ เข้าtabletของตึกในช่วงเวลาที่กำหนดและเปิด Video call ให้ผู้ป่วยและญาติสามารถพูดุยกันได้ ตามกำหนดเวลา ญาติไม่ต้องเดินทางเข้ามาเยี่ยม ถึงโรงพยาบาล ลดค่าใช้จ่าย ลดความแออัด ผู้ป่วยและญาติพึงพอใจ
ข้อมูล/ตัวชี้วัด | เป้าหมาย ปีปัจจุบัน | ปี 2564 | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
PCT จิตเวช | ||||||
1.อัตราความพึงพอใจผู้ป่วยนอก | ≥ ร้อยละ 85 | 96 | 95 | 97 | 95 | 96 |
2.อัตราความพึงพอใจผู้ป่วยใน | ≥ ร้อยละ 85 | 96.50 | 96.60 | 95.86 | 95.65 | 96.78 |
3.ระยะเวลารอคอยผู้ป่วยนอก | ‹ 120 นาที | 100 | 95 | NA | NA | NA |
4.อัตราผู้ป่วยมีพฤติกรรมรุนแรงทางคำพูด | <ร้อยละ 25 | 28.05 | 27.27 | 23.99 | 26.8 | 25.4 |
5.จำนวนครั้งผู้ป่วยทำร้ายตนเองสำเร็จ | 0 | 0 | 0 | 1 | 0 | 0 |
6.อัตราผู้ป่วยทำร้ายบุคคลอื่น | <ร้อยละ5 | 5.2 | 3.1 | 2.48 | 2.47 | 2.1 |
7.อัตราผู้ป่วยทำลายสิ่งของ | <ร้อยละ5 | 1.2 | 0.17 | 0.3 | 0.77 | 0.5 |
การฟื้นฟูสภาพ
- การพัฒนาเครือข่ายการดูแลจิตเวช
- พัฒนาระบบการส่งต่องานฟื้นฟูสภาพ เครือข่าย
- การเปิดมินิธัญญรักษ์ผู้ติดสารเสพติดระยะกลางและระยะยาว
การให้ข้อมูลเสริมพลัง
เพื่อให้กลุ่มผู้ปกครองเด็กสมาธิสั้น ผู้ป่วยและครอบครัวผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ผู้ที่พยายามฆ่าตัวตาย ผู้ติดสุราและสารเสพติด และผู้ป่วยSMIV ได้มีความเข้าใจเรื่องโรค แนวทางการรักษา จะได้ให้ความร่วมมือในการักษา ได้จัดให้มี การให้คำปรึกษาเชิงลึก (counseling) โดยนักจิตวิทยา / พยาบาล จัดกลุ่มให้ความรู้ (Group Education) สร้างเครือข่ายครอบครัวผู้ดูแล (Family Support Network)เชื่อมต่อผู้ป่วยกับกลุ่มบำบัด เช่น ชุมชนบำบัด ทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีความรู้ความเข้าใจสามารถดูแลตนเองและครอบครัว
- การจัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในศูนย์เรียนรู้ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
- การจัดกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการเด็กในคลินิกกระตุ้นพัฒนาการ
- การจัดกิจกรรมบาบัดฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติดโดยชุมชนมีส่วนร่วม
- การดาเนินงานของทีม MCATT
ข้อมูล/ตัวชี้วัด | เป้าหมาย ปีปัจจุบัน | ปี 2564 | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
PCT จิตเวช | ||||||
1.อัตราการได้รับการได้รับสุขภาพจิตศึกษาของผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมาย | 100% | 100 | 100 | 100 | 100 | 100 |
การดูแลต่อเนื่อง
เพื่อให้ผู้ป่วยจิตเวชได้รับการดูแลต่อเนื่องอย่างมีคุณภาพ ลดการกลับมารักษาซ้ำ และเสริมศักยภาพในการดูแลตนเองในระยะยาว มีการวางแผนการดูแลต่อเนื่องตั้งแต่แรกรับ ร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ ประเมินความพร้อมก่อนจำหน่าย ทดลองเยี่ยมบ้าน ประสานงานกับ รพช./พยาบาลจิตเวชชุมชนผ่าน Line app มีระบบเยี่ยมบ้านและติดตามอาการหลังจำหน่าย รวมถึงการส่งต่อข้อมูลเพื่อการดูแลต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยได้รับการติดตามดูแลหลังจำหน่ายอย่างมีประสิทธิภาพ อัตราการกลับมารักษาซ้ำโดยไม่ได้นัดลดลง และผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้ยาวนานขึ้นอย่างปลอดภัย
ดำเนินการสอนทักษะแก่ญาติและผู้ป่วยเพื่อดูแลตัวเองหลังจากกลับบ้านและดำเนินโครงการ Home health care ในผู้ป่วยจิตเวช
ผลการพัฒนาที่โดดเด่นและภาคภูมิใจ
1.โครงการพัฒนารูปแบบการลดความรุนแรงผู้ใช้สารเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชแบบบูรณาการและมีส่วนร่วมในจ.ร้อยเอ็ด
2.Best Practice รางวัลชนะเลิศ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพ CQI โรงพยาบาลร้อยเอ็ด พ.ศ 2567
ชื่อผลงาน “ชุมชนล้อมรักษ์” บำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตำบลหนองแวง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
ข้อมูล/ตัวชี้วัด | เป้าหมาย ปีปัจจุบัน | ปี 2564 | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
PCT จิตเวช | ||||||
ร้อยละของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงได้รับการดูแลต่อเนื่อง | ร้อยละ100 | 100 | 96.16 | 85.36 | 90.28 | 92.25 |
ร้อยละของผู้ป่วยยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพต่อเนื่องจนถึงการติดตาม (Retention Rate) | ร้อยละ 70 | 75.18 | 80.75 | 86.83 | 76.01 | 78.52 |
อัตราการกลับมารักษาซ้ำใน28วัน | <ร้อยละ10 | 4.40 | 3.00 | 5.56 | 5.57 | 6.08 |
- การพัฒนาคุณภาพที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ (บรรยาย หรือ ใช้ตารางแสดงก็ได้)
5.3.1 การพัฒนาคุณภาพระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวชระดับรุนแรง ยุ่งยาก ซับซ้อน
5.3.2 การพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีโรคร่วมทางกายที่ซับซ้อน
5.3.3 การพัฒนาระบบติดตามฝ้าระวังผู้ป่วย SMI-V ผ่านโปรแกรม smart Tele mind
6. แผนการที่จะพัฒนาต่อเนื่องต่อไป[1] (เป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ สัมพันธ์กับข้อ 2 และ 4 และทบทวนจากการประเมินที่ได้ทำไว้ในปีก่อนๆ)
แผน / กิจกรรมที่วางแผนจะทำต่อไป | วัตถุประสงค์ | ตัวชี้วัด | ระยะเวลา |
|---|---|---|---|
1.พัฒนากระบวนการดูแลผู้ป่วยโดยใช้ข้อมูลความเสี่ยง และ โอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงวางแผนร่วมกับสหวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยและมีการสะท้อนข้อมูลผลการดูแลไปยังระดับเครือข่ายและร่วมกันปรับแผนการดูแลให้สอดคล้องกับปัญหาของผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน | เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยและมีคุณภาพ | 1.อัตรการตาย 0% 2. อัตราการเกิดความพิการ 0% 3. อัตราการReadmit <10% | ปีงบประมาณ2569-2570 |
2.แผนการขยายผลการดูแลผู้ป่วยทำร้ายตนเอง/พยายามฆ่าตัวตายในหน่วยงานในโรงพยาบาลและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นนอกโรงพยาบาล | ผู้ป่วยทำร้ายตนเอง/พยายามฆ่าตัวตายในหน่วยงานในโรงพยาบาลได้รับการดูแลตามมาตรฐาน | 1.ผู้ป่วยที่เข้ามารักษาในโรงพยาบาลด้วยเรื่องทำร้ายตนเอง/พยายามฆ่าตัวตาย ไม่มีพฤติกรรมฆ่าตายซ้ำในขณะอยู่รักษาในโรงพยาบาล | ปีงบประมาณ2569-2570 |
3.การพัฒนาระบบติดตามฝ้าระวังผู้ป่วย SMI-V ผ่านโปรแกรม smart Tele mind | เพื่อกำกับ ติดตาม เฝ้าระวังผู้ป่วย SMI-V ก่อความรุนแรงในชุมชน | 1.อุบัติการผู้ป่วย SMI-V ก่อความรุนแรงซ้ำในชุมชน เป็น 0 | ปีงบประมาณ2569-2570 |
ภาคผนวก (ปรับปรุงเพิ่มเติม) — ปริมาณงานบริการ PCT จิตเวช ปีงบประมาณ 2564–2569
ปีงบ | ผู้ป่วยนอก (ครั้ง) | ผู้ป่วยนอก (ราย) | รับไว้ในหอ (ราย) | วันนอนเฉลี่ย (วัน) |
2564 | 31,061 | 9,391 | 1,055 | 11.64 |
2565 | 31,251 | 9,602 | 1,092 | 8.76 |
2566 | 31,882 | 10,414 | 1,181 | 11.49 |
2567 | 34,701 | 11,120 | 1,351 | 13.24 |
2568 | 40,158 | 11,741 | 1,318 | 11.50 |
2569* | 28,513 | 10,250 | 964 | 9.79 |
* ปีงบประมาณ 2569 เป็นข้อมูลถึงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ยังไม่ครบปี
หมายเหตุ: อัตราการกลับมารักษาซ้ำภายใน 28 วัน มีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงปีงบประมาณ 2567–2569 ควรกำหนดเป็นประเด็นเฝ้าระวังและทบทวนหาสาเหตุ (RCA) เป็นระยะ (ไม่ได้แก้ไขตัวเลขในตารางตัวชี้วัดเดิม)
ข้อมูลจากการทบทวนเวชระเบียน/เวชสถิติของกลุ่มงาน